อันตรายจากการถูกไฟฟ้าดูด เรื่องใกล้ตัวที่อาจรุนแรงถึงชีวิต
ไฟฟ้าดูด เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ง่ายในบ้านโดยเฉพาะในจุดที่เกี่ยวข้องกับเครื่องใช้ไฟฟ้า น้ำ ระบบสายดินที่ไม่สมบูรณ์ หลายคนอาจคิดว่า “โดนไฟดูดนิดเดียวไม่เป็นไร” แต่ในความเป็นจริง กระแสไฟฟ้าเพียงไม่กี่มิลลิแอมป์ ก็สามารถส่งผลต่อร่างกายได้แล้ว
อาการที่เกิดขึ้นกับร่างกายเมื่อถูกไฟฟ้าดูด
ผลกระทบจากไฟฟ้าดูดจะรุนแรงมากน้อยขึ้นอยู่กับ ปริมาณกระแสไฟฟ้า (mA) ที่ไหลผ่านร่างกาย
1. กระแสน้อยกว่า 0.5 mA ไม่รู้สึกอะไร
2. กระแส 0.5-2 mA รู้สึกกระตุกเล็กน้อย
3. กระแส 2-10 mA กล้ามเนื้อหดตัว และมีการกระตุกปานกลาง
4. กระแส 10-25 mA เจ็บปวดกล้ามเนื้อ และเกร็ง
5. กระแส 25-50 mA กล้ามเนื้อเกร็ง และมีการกระตุกรุนแรง
6. กระแส 50-100 mA หัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจทำให้เสียชีวิตได้
7. กระแสมากกว่า 100 mA หัวใจหยุดเต้น เนื้อและผิวหนังไหม้
จะเห็นได้ว่ากระแสไฟฟ้าไม่ถึง 1 แอมแปร์ ก็สามารถคร่าชีวิตคนได้ สาเหตุที่พบบ่อยของไฟฟ้าดูดในบ้าน
- ไม่มีหรือไม่ได้ต่อสายดิน
- สายดินหลุดออกจากหลักดิน
- ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าใกล้น้ำ
- เบรกเกอร์กันดูดไม่ทำงาน
- ระบบไฟฟ้าเสื่อมสภาพ
วิธีป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าดูด
1. ติดตั้งเบรกเกอร์กันดูด (RCD / RCBO) เบรกเกอร์กันดูดจะตัดไฟทันทีเมื่อเกิดกระแสไฟรั่วช่วยลดความรุนแรงของไฟฟ้าดูดได้อย่างมาก
2. ตรวจสอบการทำงานของเบรกเกอร์กันดูดควรตรวจสอบเป็นประจำ โดยกดปุ่ม TEST ที่ตัวเบรกเกอร์ หากเบรกเกอร์ตัด แสดงว่ายังทำงานปกติ หากไม่ตัด ต้องรีบแก้ไขทันที รวมถึง การไล่วงจรเบรกเกอร์กันดูด
การตรวจเบรกเกอร์กันดูดของ เครื่องทำน้ำอุ่น
3. ติดตั้งและตรวจสอบระบบสายดิน สายดินช่วยนำกระแสไฟฟ้ารั่วลงสู่ดิน แทนการไหลผ่านร่างกายคน ควรตรวจสอบสายดินอย่างสม่ำเสมอ เปิดบ่อพักสายดินปีละอย่างน้อย 1 ครั้ง ป้องกันสายดินหลุดออกจากหลักดิน
ความปลอดภัยของบ้านเริ่มจากระบบไฟฟ้าที่ “พร้อมตัด ก่อนอันตรายถึงตัว”